TISI
TISI HOME TISI LIBRARY TISI Buyer guide Search Thai English
ระบบฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
การกำหนดให้เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน

ความเป็นมา

ตามที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ.2547
ซึ่งกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย   ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเลขที่   มอก.24-
2536 นั้น เนื่องจากได้มีการปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย เป็นมาตร
ฐานเลขที่ มอก.24-2548   ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม   ฉบับที่ 3334 (พ.ศ.2548)   เรื่องยกเลิกและกำหนด
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย   ลงวันที่ 26 เมษายน 2548   เพื่อให้เหมาะสม
กับเทคโนโลยีการผลิตและเอกสารอ้างอิงที่เปลี่ยนแปลงไป จึงได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาห
กรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549 กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็ก
เส้นเสริมคอนกรีต  :  เหล็กข้ออ้อย   ต้องเป็นไปตาม มาตรฐานเลขที่ มอก.24-2548  โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่  21
พฤษภาคม 2549   ซึ่งมีผลให้ผู้ทำ ผู้นำเข้า  และผู้จำหน่าย ต้องทำ นำเข้า  และจำหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปตาม
มาตรฐานที่กำหนดใหม่ดังกล่าวเท่านั้น หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มีโทษตามกฎหมาย

ข้อกำหนดของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย (มอก.24-2548)

ขอบข่าย :
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ครอบคลุมถึงเหล็กข้ออ้อยที่มีความยาวตั้งแต่ 3.40 เมตรขึ้นไป อันอาจนำไปใช้เสริม
คอนกรีตสำหรับงานก่อสร้างทั่วไปได้  และต้องทำขึ้นจากเหล็กแท่งเล็ก (billet)  เหล็กแท่งใหญ่ (bloom)  หรือเหล็ก
แท่งหล่อ(ingot)  โดยตรง  ด้วยกรรมวิธีการรีดร้อน  โดยต้องไม่มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นมาก่อน  และเหล็ก
แท่งดังกล่าวต้องทำมาจากกรรมวิธีโอเพนฮาร์ท  (open hearth process)  เบสิกออกซิเจน  (basic oxygen
process) หรือ อิเล็กทริกอาร์กเฟอร์เนซ (electric arc furnace process)

การทดสอบ :
กำหนดให้มีการทดสอบในรายการ ลักษณะทั่วไป ความยาว ช่วงระหว่างบั้ง ส่วนสูงของบั้ง ความกว้างของครีบหรือ
ช่องว่าง มุมระหว่างบั้งกับแกนของเหล็กข้ออ้อย มวลต่อเมตร ส่วนประกอบทางเคมี สมบัติทางกล และการทำเครื่อง
หมายและฉลาก

ข้อแตกต่างระหว่างมาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย มอก.24-2536 กับ มอก.24-2548
  1. เพิ่มขนาดของเหล็กข้ออ้อยอีก 2 ขนาด คือ ขนาด DB 6 และ DB 8 พร้อมทั้งเพิ่มเกณฑ์กำหนดในรายการมวล
    ต่อเมตร ช่วงระหว่างบั้ง ส่วนสูงของบั้ง และความกว้างของครีบหรือช่องว่าง สำหรับเหล็กข้ออ้อยทั้ง 2 ขนาด
    ดังกล่าว
  2. กำหนดให้มีเหล็กข้ออ้อยแบบขดไว้ในมาตรฐาน เพิ่มจากเดิมที่มีเฉพาะแบบตัดเป็นเส้น
  3. แก้ไขและปรับปรุงข้อกำหนดในเรื่องการทำเครื่องหมายและฉลากให้ชัดเจนยิ่งขึ้น   รวมทั้งให้ระบุสัญลักษณ์
    " T " บนเหล็กข้ออ้อยทุกเส้นในกรณีที่ผ่านกรรมวิธีทางความร้อน (heat treatment)
การยื่นขอใบอนุญาต

ผู้ทำ และผู้นำเข้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้น ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำ และนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์
ต่อ สมอ.

หลักเกณฑ์ในการอนุญาต

การอนุญาตให้ทำ หรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะพิจารณาจากขีดความสามารถของโรงงานในการทำผลิตภัณฑ์ให้เป็นไป
ตามที่ มอก. กำหนด และขีดความสามารถในการควบคุมดูแลให้ผลิตภัณฑ์เป็นไปตาม มอก. อย่างสม่ำเสมอ ดังนี้
  1. การประเมินระบบการควบคุมคุณภาพของโรงงาน
    ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้โรงงานที่ขอรับใบอนุญาต หรือโรงงานผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่ขอรับใบอนุญาตต้องมีระบบ การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ในกิจกรรมต่างๆ อย่างน้อยดังนี้
    • การควบคุมวัตถุดิบ
    • การควบคุมระหว่างการผลิต
    • การควบคุมผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ชักตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อตรวจสอบทุกรายการตามที่ มอก.กำหนด
    • เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต
    • เครื่องตรวจ วัด และทดสอบ

  2. การเก็บตัวอย่างตรวจสอบ
    ผู้รับใบอนุญาตต้องทำหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ขอรับใบอนุญาต เพื่อให้ สมอ. เก็บตัวอย่างตรวจสอบทุกรายการตาม
    ที่ มอก. กำหนด

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขออนุญาตทำ นำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โปรดติดต่อสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สำนักบริหารมาตรฐาน 1   โทร : 0-2202-3325   และ 0-2202-3378-79   โทรสาร 0-2354-3044   E-mail :
bureau1@tisi.go.th


สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กทม. 10400
โทรศัพท์: 0 2202 3301-4 โทรสาร: 0 2202 3415
E-mail : thaistan@tisi.go.th
TrueHits